<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>
<channel>
	<title>Comments for Storycharn  ผู้ชายปลายสะพาน</title>
	<atom:link href="http://www.storycharn.com/comments/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.storycharn.com</link>
	<description>แบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิตของผมและเพื่อน</description>
	<pubDate>Thu, 20 Nov 2008 18:22:52 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
		<item>
		<title>Comment on ผู้ชายเลว by นู๋กบน้อ</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/13#comment-20</link>
		<dc:creator>นู๋กบน้อ</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 09:19:23 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/archives/13#comment-20</guid>
		<description>นายกำลังเป็นเหมือนเรามองข้ามความสำคัญของหัวใจสักวันนายเสียคนดีดีด้วยเหตุผลว่าเธอทำกับเราก่อนแล้วเขาไปเจอคนที่ดีกว่าวันนั้นแหละนายจะเสียใจถ้ามีของดีอยู่กับตัวแล้วไม่รู้จักคุณค่าก็อย่าเก็บไว้เลยถ้าของดีดีจะหมดคุณค่าไปเพราะผู้ชายเลวร้ายอย่างนาย</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->นายกำลังเป็นเหมือนเรามองข้ามความสำคัญของหัวใจสักวันนายเสียคนดีดีด้วยเหตุผลว่าเธอทำกับเราก่อนแล้วเขาไปเจอคนที่ดีกว่าวันนั้นแหละนายจะเสียใจถ้ามีของดีอยู่กับตัวแล้วไม่รู้จักคุณค่าก็อย่าเก็บไว้เลยถ้าของดีดีจะหมดคุณค่าไปเพราะผู้ชายเลวร้ายอย่างนาย<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on ผู้ชายเลว by nus</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/13#comment-19</link>
		<dc:creator>nus</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Sep 2008 09:50:19 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/archives/13#comment-19</guid>
		<description>ป่านนี้คุณคงมีใครที่เข้าใจคุณอยู่ด้วยแล้วสินะ ขอให้เขาเข้าใจและอยู่กับคุณไปนาน ๆ นะ มีความสุขกับชีวิตที่เลือก อย่าเครียดล่ะ คนที่จะอยู่กับเราได้นาน ๆ และไม่ร้องไห้เพราะเรา น่าจะมีจริง ๆ นะ มีความสุข สมหวังนะคะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->ป่านนี้คุณคงมีใครที่เข้าใจคุณอยู่ด้วยแล้วสินะ ขอให้เขาเข้าใจและอยู่กับคุณไปนาน ๆ นะ มีความสุขกับชีวิตที่เลือก อย่าเครียดล่ะ คนที่จะอยู่กับเราได้นาน ๆ และไม่ร้องไห้เพราะเรา น่าจะมีจริง ๆ นะ มีความสุข สมหวังนะคะ<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on ผู้ชายเลว by nus</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/13#comment-18</link>
		<dc:creator>nus</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Sep 2008 09:48:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/archives/13#comment-18</guid>
		<description>อ่านแล้วก็ไม่รู้จะบอกว่าไงดีจะดีหรือเลวเค้าตัดสินด้วยคำพูดของคนอื่นเหรอ ไม่น่านะ อย่าคิดมากนะ คนเราก็เจอเรื่องแบบนี้กันเกือบทั้งนั้น ไม่ค่อยมีใครมาเข้าใจในตสิ่งที่เราทำสักเท่าไรแม้เราจะพยายามอธิบายแล้วก็ตาม เฮ้อ เชื่อเถอะ อย่าคิดมากแต่คงไม่ทันแล้วเนี่ย</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->อ่านแล้วก็ไม่รู้จะบอกว่าไงดีจะดีหรือเลวเค้าตัดสินด้วยคำพูดของคนอื่นเหรอ ไม่น่านะ อย่าคิดมากนะ คนเราก็เจอเรื่องแบบนี้กันเกือบทั้งนั้น ไม่ค่อยมีใครมาเข้าใจในตสิ่งที่เราทำสักเท่าไรแม้เราจะพยายามอธิบายแล้วก็ตาม เฮ้อ เชื่อเถอะ อย่าคิดมากแต่คงไม่ทันแล้วเนี่ย<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on รู้จักมั๊ย&#8230;ความคิดถึง by NO_NAME</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/81#comment-17</link>
		<dc:creator>NO_NAME</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Jun 2008 09:52:50 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/archives/81#comment-17</guid>
		<description>เช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล...
"ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อย..ได้มั๊ยคะ"
คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น..

เมื่อห่อผ้าน้อย ๆ ..อยู่ในอ้อมกอดเธอ
เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก..
เพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ ..

กรี๊ดดดด.....เธอกรีดร้อง
หมอต้องอุ้มเด็ก..ออกไปอย่างรวดเร็ว

**เด็กทารกที่เกิดมา...ไม่มีใบหู**

และแล้ว....กาลเวลาพิสูจน์ว่า.... 
การได้ยินของเจ้าหนู..ไม่มีปัญหา

ปัญหา..มีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก
คือ....ใบหูที่หายไป

หลายครั้ง..ที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียน แล้ววิ่งมาบอกแม่
เธอรู้ว่า..หัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน...

เจ้าหนูพูดโพล่งออกมา..อย่างน่าเศร้า
"พวกเด็กตัวโต ..พวกมันล้อผมว่า--ไอ้ตัวประหลาด--"

จนกระทั่ง... เจ้าหนูเติบโตขึ้น..หล่อเหลา.. 
เป็นที่รักของเพื่อน ๆ..เค้ามีพรสวรรค์
ในด้านอักษรศาสตร์.. วรรณคดี..และ ดนตรี..

เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น...
แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น... ทำให้เค้า..ไม่อยากเจอใคร

"ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก" 
แม่กล่าว..ด้วยความสงสารลูก

พ่อของเด็กชาย.. ปรึกษากับหมอประจำครอบครัว
และได้รับข่าวดีจากหมอว่า...

"ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค
..แต่ใครล่ะ..จะเสียสละใบหู..เพื่อเด็กน้อยคนนี้"
คุณหมอกล่าว

จนกระทั่ง ...2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย..
"ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่..
หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว...
แต่นี่เป็นความลับ"

การผ่าตัด..สำเร็จด้วยดี และแล้ว...คนคนใหม่ก็เกิดขึ้น..
....เค้ากลายเป็น..ผู้มีพรสวรรค์...
เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน...ในวิทยาลัย
จนเป็นที่กล่าวขานกัน..รุ่นต่อรุ่น

ต่อมาได้แต่งงาน... และทำงาน.. 
เป็นข้าราชการในสถานทูต

วันหนึ่ง.. ชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า..
"พ่อครับ.. ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา
ใครช่างให้ผมได้มากมาย..
แต่ผมไม่เคยทำอะไร.. เพื่อเค้าได้เลยสักนิด"

"พ่อไม่เชื่อว่า.. ลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก..
เรื่องนี้..เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว"
พ่อตอบ..

หลายปีผ่านไป....
มันยังคงเป็นความลับ

และแล้ว..วันนึง..วันที่มืดมิดที่สุด.. 
ผ่านเข้ามา..ในชีวิตของลูกชาย

แม่เค้าได้เสียชีวิตลง..
เค้ายืนข้าง ๆ พ่อ... ใกล้หีบศพของแม่

พ่อเรียกเค้า..
"มานี่สิลูก..มานั่งใกล้ ๆ นี่"
พ่อลูบผมแม่อย่างช้า ๆ..และนุ่มนวล
ผมสีน้ำตาลแดง..ถูกเสยขึ้น จนมองเห็นใบหน้า..
ที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ

...และแล้ว.. สิ่งที่ทำให้ลูกชาย..ถึงกับต้องตะลึง..
...ใบหูของแม่...หายไป!..
แม่ไม่มีใบหู...

"นี่เป็นคำตอบ.. ที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต"...
พ่อกระซิบผ่านลูกชาย

"แม่บอกพ่อว่า..เธอดีใจ.. ที่ได้ทำอย่างนี้..
ตั้งแต่วันผ่าตัด..แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลย..
ไม่มีใคร..มองเห็นว่า.. เธอไม่สวยจริงมั๊ย?

จงจำไว้..

~สิ่งมีค่า..ที่แท้จริง~
ไม่ได้อยู่ที่..การมองเห็น.. หากแต่อยู่ที่..
~สิ่งที่เรา..มองไม่เห็น~

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

~ความรัก..ที่แท้จริง~
ไม่ได้อยู่ที่.. เราได้ทำอะไร.. แล้วมีคน..รับรู้..
หากแต่อยู่ที่.. สิ่งที่เรา..กระทำ..แล้วไม่มีใคร..รับรู้ ..

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

~ความรัก~
บางครั้ง.. ไม่จำเป็น.. ต้องพูดพร่ำเพรื่อ..
หากแต่อยู่ที่....การกระทำ.. ซึ่งเรา..อาจรับรู้..
เพียงแค่..ฝ่ายเดียว..

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

อ่านจบแล้ว..ใช้สมอง..ตรึกตรองสักนิด..
ถ้าพรุ่งนี้..เราตายไป..
บริษัท..สามารถหาคนมาแทนเราได้ ภายในไม่กี่วัน..

แต่ครอบครัวเรา..ต้องสูญเสีย..
และคิดถึงเรา..ไปตลอด

เราได้ใช้ชีวิต..กับการทำงาน
มากกว่าครอบครัว..หรือเปล่า?

ถ้ามากกว่า...ก็เป็นการลงทุน..
ที่ไม่ฉลาดเลยจริง ๆ..



ตึกเซนต์หลุยส์มารี โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ราวกลางปี พ.ศ.2539
“มิสคะ ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องรับรองค่ะ”
โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ทำให้มิสอุไรพร นาคะเสถียร
ครูสาวประจำระดับชั้นป.4

รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะจำได้ว่ามีการโทรนัดหมายจะมาพบจากคุณแม่ท่านหนึ่ง
เพียงท่านเดียวในวันนี้
เอ...ใครล่ะนี่ จะมีเรื่องอะไรรึเปล่านะ

เมื่อมิสอุไรพรเดินมาถึงหน้าห้องประชาสัมพันธ์
ครูสาวก็แทบยกมือรับไหว้จากสุภาพสตรีทั้งสองท่านไม่ทัน
หากก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นคุณแม่ท่านหนึ่งยกมือไหว้แต่เพียงแขนข้างเดียว
อย่างไรก็ตามมิสได้เชิญคุณแม่ท่านแรก
เข้าไปคุยก่อนตามลำดับการนัดโดยเก็บงำความแปลกใจไว้


หลังจากคุยกับคุณแม่ท่านแรกเสร็จมิสจึงเชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยในห้องรับรอง

ภาพแรกที่ได้เห็นชัดๆทำให้ครูสาวตกใจเล็กน้อย
แขนซ้ายของคุณแม่เป็นแขนเทียม คุณแม่มาปรึกษาเรื่อง การเรียนของลูก
เพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปี เมื่อต้นปีการศึกษาที่ผ่านมา
“ลูกเขาไม่อยากให้มา เขาว่าเขาอายที่แม่ใส่แขนเทียม

กลัวโดนเพื่อนล้อแม่มาทีเพื่อนก็ล้อกันประจำว่าแม่แขนเดียว
แม่เป็นหุ่นยนต์เหรอ อะไรนี่น่ะค่ะ เลยไม่ได้มา”

น้ำเสียงของคุณแม่แฝงแววเอ็นดูมากกว่าที่จะโกรธหรือไม่พอใจ
มิสอุไรพรขออนุญาตซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณแม่ต้องใส่แขนเทียม


เมื่อได้ทราบความจริงทั้งหมดครูสาวก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องจัดการเรื่องที่ลูก
ไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่นี้โดยเร็ว

หากปล่อยเรื่องนี้ไป...ก็จะเป็นบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปในภายหน้า
ทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนด้วย
ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก

มิสอุไรพรจึงได้โอกาสนำเรื่องนี้มาเล่าให้นักเรียนฟังในห้องเรียน
เรื่องราวที่ว่านั้น มีดังต่อไปนี้

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2536

หลังวันแม่เพียงไม่กี่วัน...ครอบครัวหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่จังหวัดสตูล
ครอบครัวนี้ประกอบด้วยคุณพ่อ คุณแม่
และลูกชายอีกสามคนพวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดินซึ่งเป็นคันดิน
ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ

โดยคุณพ่อเดินนำหน้ากับลูกชายคนโตสองคนส่วนคุณแม่เดินตามหลัง
มากับลูกชายคนเล็ก

ทางเดินที่เป็นคันดินนั้นมีการแบ่งเป็นท้องร่องเพื่อติดตั้งระหัดวิดน้ำ
ซึ่งมีใบพัดทำจากเหล็กสูงจากคันดินราว 25ซม

คุณพ่อและลูกคนโตสองคนก็ข้ามท้องร่องแล้วเดินนำต่อไปข้างหน้า
ไม่มีใครฉุกใจคิดระวังถึงเหตุร้าย
แต่แล้วลูกชายคนเล็กกลับก้าวพลาดล้มลงไปในท้องร่อง
ขากางเกงเข้าไปติดกับร่องของระหัดวิดน้ำที่กำลัง

หมุนอยู่และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบพัดเหล็ก

“ถ้าเป็นพวกคุณ น้องตกลงไปอย่างนี้คุณจะทำอย่างไร”
มิสหยุดเรื่องไว้ก่อนเพื่อซักถาม มองหน้าเด็กนักเรียน
ทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ หน้าซีด โดยเฉพาะ “ลูกชาย”
ของคุณแม่ท่านนั้น

“ทุกคนตกตะลึงใช่มั้ย คิดไม่ทันใช่มั้ย
แต่นักเรียนรู้มั้ยว่าคุณแม่ท่านตัดสินใจทำอย่างไร”
คุณแม่ไม่ยอม เสียเวลาคิดอะไรเลย

ท่านรีบยึดดึงตัวลูกเอาไว้แล้วเอาแขนซ้ายที่ว่างอยู่เข้าไปขวางใบพัดเหล็กไว้ก่อน...

ใบพัดจึงหมุนเอาแขนของคุณแม่เข้าไป...คนงานที่เห็นเหตุการณ์รีบปิดเครื่องทันที

แต่แรงเฉื่อยทำให้ใบพัดยังหมุนต่อด้วยกำลังแรง...แรงจนกระชากแขนซ้ายของคุณแม่ขาดสะบั้นลง!

คุณแม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสสติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันที
ท้องร่องทั่วบริเวณแดงฉานไปด้วยเลือด...เลือดของแม่...

ใบพัดเหล็กยังหมุนต่อไปอีกเล็กน้อยและบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคนเล็กจนกระดูกหัก...แต่ไม่ขาด

ไม่ขาด...เพราะแขนซ้ายของแม่ขาดแทน...ไม่ขาด...เพราะแม้จะไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ
มือขวาของคุณแม่ก็ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น...ไม่ยอมปล่อย...


คุณพ่อและลูกคนโตทั้งสองคนหันกลับมามองตามเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของคนงานพร้อมๆกับเสียงกรีดร้อง
ของคุณแม่ ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาช็อกจนแทบสิ้นสติ!
คุณพ่อกระโจนพรวดเดียวถึงตัวคุณแม่และลูกน้อย แต่...มันสายเกินไปแล้ว!
สิ่งเดียวที่ทำได้คือรีบพาสองแม่ลูกส่งโรงพยาบาลทันที

ผลของการรักษาคือคุณแม่ต้องใส่แขนเทียมแทนแขนซ้ายที่ขาดไป

ส่วนลูกคนเล็กที่ขาหักต้องอยู่โรงพยาบาลนานราวสามเดือนจึงสามารถเดินเหินได้เป็นปกติ
มิสอุไรพรกวาดสายตามองไปรอบๆห้องถามขึ้นอีกว่า
“นักเรียนคิดว่าคุณแม่ท่านนี้กล้าหาญมั้ยคะ”
“กล้าหาญมาก” เด็กๆพากันตอบเป็นเสียงเดียวกันพลางพยักหน้า
หลายๆคนยังหน้าซีดเซียวเมื่อนึกภาพเหตุการณ์ไปตามที่ครูเล่า
มิสมองหน้า “ลูกชาย” ของคุณแม่แล้วบอกต่อว่า
“นักเรียนทราบมั้ยว่าคุณแม่ท่านนี้เป็นคุณแม่ของเพื่อนเราในห้องนี้เอง
ไหนใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนี้ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ”
เด็กนักเรียนคนนั้นยืนขึ้น ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อนทั้งห้อง


“วันนี้เมื่อคุณกลับไปบ้านมิสฝากเรียนคุณแม่ด้วยว่าพวกเราชื่นชมและยกย่องท่านมากจริงมั้ยพวกเรา”
“จริงครับๆ ใช่ครับๆ” เสียงเล็กๆตอบมาเป็นทางเดียวกัน
“มิสได้ทราบมาว่ามีหลายๆคนไปล้อเลียนเพื่อน ไหน
คนไหนบ้างคะที่เคยล้อคุณแม่เขา ถ้ามีเราเป็นลูกผู้ชายต้องกล้ารับค่ะ”
มีนักเรียน 3-4 คนยืนขึ้น สีหน้าของ แต่ละคนซีดเซียวอย่างสำนึกผิด
มิสอุไรพรมองหน้าของเด็กกลุ่มนี้อย่างอ่อนโยน ถามว่า
“ดีมากนักเรียน ตอนนี้คุณคงอยากพูดอะไรกับเพื่อนใช่มั้ยคะ”
เด็กชายกลุ่มนั้นเดินเข้าไปโอบกอดคอแล้ว กล่าวขอโทษเพื่อนด้วยความจริงใจ
ครูสาวน้ำตาคลอ

ยืนมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มยินดีหนักใจอยู่เหมือนกันว่าหากถามขึ้นมาแล้ว
ไม่มีใครยอมรับว่าเคยล้อเพื่อน...จะทำอย่างไร?

เธอไม่เคยผิดหวังในตัวนักเรียนอัสสัมชัญและจนถึงเวลานี้ก็ยังคงไม่ผิดหวัง
ใครเล่า...จะเข้าใจความเจ็บช้ำ

ขมขื่นในหัวใจเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็กโดยไม่ทันคิด

หากบัดนี้...ความรักของแม่และน้ำใจของเพื่อนได้สลายปมด้อยในใจของเด็กคนนี้ลงจนสิ้นแล้ว
เหลือเพียงความรักและภาคภูมิใจในตัวคุณแม่เท่านั้น

เมื่อหมดชั่วโมงเรียน มิสอุไรพรได้เรียกตัว “ลูกชาย”เข้าไปคุยอีกครั้ง
“วันนี้เรามีอะไรในใจที่คิดว่าควรพูดกับคุณแม่มั้ยคะ”
เด็กคนนั้นนิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงสั่นปนสะอื้นไห้ว่า
“ผม...ผมจะไปขอโทษคุณแม่
แล้ว...แล้วบอกคุณแม่ว่าผมรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลยครับ”

รู้มั้ยน้ำนมหยดหนึ่งซึ่งไหลมาต้องใช้น้ำตาหยาดเหงื่อสักเท่าไหร่
บอกแม่เถอะนะ บอกทุกวัน ว่ารักท่านมากมาย
กอดแม่เถอะนะ ให้คุ้นเคย กอดเลยไม่ต้องอาย
ก่อนไม่มีแม่ให้กอด... (เพลง ก่อนไม่มีแม่ให้กอด)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->เช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล&#8230;<br />
&#8220;ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อย..ได้มั๊ยคะ&#8221;<br />
คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น..</p>
<p>เมื่อห่อผ้าน้อย ๆ ..อยู่ในอ้อมกอดเธอ<br />
เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก..<br />
เพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ ..</p>
<p>กรี๊ดดดด&#8230;..เธอกรีดร้อง<br />
หมอต้องอุ้มเด็ก..ออกไปอย่างรวดเร็ว</p>
<p>**เด็กทารกที่เกิดมา&#8230;ไม่มีใบหู**</p>
<p>และแล้ว&#8230;.กาลเวลาพิสูจน์ว่า&#8230;.<br />
การได้ยินของเจ้าหนู..ไม่มีปัญหา</p>
<p>ปัญหา..มีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก<br />
คือ&#8230;.ใบหูที่หายไป</p>
<p>หลายครั้ง..ที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียน แล้ววิ่งมาบอกแม่<br />
เธอรู้ว่า..หัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน&#8230;</p>
<p>เจ้าหนูพูดโพล่งออกมา..อย่างน่าเศร้า<br />
&#8220;พวกเด็กตัวโต ..พวกมันล้อผมว่า&#8211;ไอ้ตัวประหลาด&#8211;&#8221;</p>
<p>จนกระทั่ง&#8230; เจ้าหนูเติบโตขึ้น..หล่อเหลา..<br />
เป็นที่รักของเพื่อน ๆ..เค้ามีพรสวรรค์<br />
ในด้านอักษรศาสตร์.. วรรณคดี..และ ดนตรี..</p>
<p>เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น&#8230;<br />
แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น&#8230; ทำให้เค้า..ไม่อยากเจอใคร</p>
<p>&#8220;ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก&#8221;<br />
แม่กล่าว..ด้วยความสงสารลูก</p>
<p>พ่อของเด็กชาย.. ปรึกษากับหมอประจำครอบครัว<br />
และได้รับข่าวดีจากหมอว่า&#8230;</p>
<p>&#8220;ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค<br />
..แต่ใครล่ะ..จะเสียสละใบหู..เพื่อเด็กน้อยคนนี้&#8221;<br />
คุณหมอกล่าว</p>
<p>จนกระทั่ง &#8230;2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย..<br />
&#8220;ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่..<br />
หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว&#8230;<br />
แต่นี่เป็นความลับ&#8221;</p>
<p>การผ่าตัด..สำเร็จด้วยดี และแล้ว&#8230;คนคนใหม่ก็เกิดขึ้น..<br />
&#8230;.เค้ากลายเป็น..ผู้มีพรสวรรค์&#8230;<br />
เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน&#8230;ในวิทยาลัย<br />
จนเป็นที่กล่าวขานกัน..รุ่นต่อรุ่น</p>
<p>ต่อมาได้แต่งงาน&#8230; และทำงาน..<br />
เป็นข้าราชการในสถานทูต</p>
<p>วันหนึ่ง.. ชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า..<br />
&#8220;พ่อครับ.. ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา<br />
ใครช่างให้ผมได้มากมาย..<br />
แต่ผมไม่เคยทำอะไร.. เพื่อเค้าได้เลยสักนิด&#8221;</p>
<p>&#8220;พ่อไม่เชื่อว่า.. ลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก..<br />
เรื่องนี้..เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว&#8221;<br />
พ่อตอบ..</p>
<p>หลายปีผ่านไป&#8230;.<br />
มันยังคงเป็นความลับ</p>
<p>และแล้ว..วันนึง..วันที่มืดมิดที่สุด..<br />
ผ่านเข้ามา..ในชีวิตของลูกชาย</p>
<p>แม่เค้าได้เสียชีวิตลง..<br />
เค้ายืนข้าง ๆ พ่อ&#8230; ใกล้หีบศพของแม่</p>
<p>พ่อเรียกเค้า..<br />
&#8220;มานี่สิลูก..มานั่งใกล้ ๆ นี่&#8221;<br />
พ่อลูบผมแม่อย่างช้า ๆ..และนุ่มนวล<br />
ผมสีน้ำตาลแดง..ถูกเสยขึ้น จนมองเห็นใบหน้า..<br />
ที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ</p>
<p>&#8230;และแล้ว.. สิ่งที่ทำให้ลูกชาย..ถึงกับต้องตะลึง..<br />
&#8230;ใบหูของแม่&#8230;หายไป!..<br />
แม่ไม่มีใบหู&#8230;</p>
<p>&#8220;นี่เป็นคำตอบ.. ที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต&#8221;&#8230;<br />
พ่อกระซิบผ่านลูกชาย</p>
<p>&#8220;แม่บอกพ่อว่า..เธอดีใจ.. ที่ได้ทำอย่างนี้..<br />
ตั้งแต่วันผ่าตัด..แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลย..<br />
ไม่มีใคร..มองเห็นว่า.. เธอไม่สวยจริงมั๊ย?</p>
<p>จงจำไว้..</p>
<p>~สิ่งมีค่า..ที่แท้จริง~<br />
ไม่ได้อยู่ที่..การมองเห็น.. หากแต่อยู่ที่..<br />
~สิ่งที่เรา..มองไม่เห็น~</p>
<p>- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -</p>
<p>~ความรัก..ที่แท้จริง~<br />
ไม่ได้อยู่ที่.. เราได้ทำอะไร.. แล้วมีคน..รับรู้..<br />
หากแต่อยู่ที่.. สิ่งที่เรา..กระทำ..แล้วไม่มีใคร..รับรู้ ..</p>
<p>- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -</p>
<p>~ความรัก~<br />
บางครั้ง.. ไม่จำเป็น.. ต้องพูดพร่ำเพรื่อ..<br />
หากแต่อยู่ที่&#8230;.การกระทำ.. ซึ่งเรา..อาจรับรู้..<br />
เพียงแค่..ฝ่ายเดียว..</p>
<p>- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -</p>
<p>อ่านจบแล้ว..ใช้สมอง..ตรึกตรองสักนิด..<br />
ถ้าพรุ่งนี้..เราตายไป..<br />
บริษัท..สามารถหาคนมาแทนเราได้ ภายในไม่กี่วัน..</p>
<p>แต่ครอบครัวเรา..ต้องสูญเสีย..<br />
และคิดถึงเรา..ไปตลอด</p>
<p>เราได้ใช้ชีวิต..กับการทำงาน<br />
มากกว่าครอบครัว..หรือเปล่า?</p>
<p>ถ้ามากกว่า&#8230;ก็เป็นการลงทุน..<br />
ที่ไม่ฉลาดเลยจริง ๆ..</p>
<p>ตึกเซนต์หลุยส์มารี โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ราวกลางปี พ.ศ.2539<br />
“มิสคะ ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องรับรองค่ะ”<br />
โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ทำให้มิสอุไรพร นาคะเสถียร<br />
ครูสาวประจำระดับชั้นป.4</p>
<p>รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะจำได้ว่ามีการโทรนัดหมายจะมาพบจากคุณแม่ท่านหนึ่ง<br />
เพียงท่านเดียวในวันนี้<br />
เอ&#8230;ใครล่ะนี่ จะมีเรื่องอะไรรึเปล่านะ</p>
<p>เมื่อมิสอุไรพรเดินมาถึงหน้าห้องประชาสัมพันธ์<br />
ครูสาวก็แทบยกมือรับไหว้จากสุภาพสตรีทั้งสองท่านไม่ทัน<br />
หากก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นคุณแม่ท่านหนึ่งยกมือไหว้แต่เพียงแขนข้างเดียว<br />
อย่างไรก็ตามมิสได้เชิญคุณแม่ท่านแรก<br />
เข้าไปคุยก่อนตามลำดับการนัดโดยเก็บงำความแปลกใจไว้</p>
<p>หลังจากคุยกับคุณแม่ท่านแรกเสร็จมิสจึงเชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยในห้องรับรอง</p>
<p>ภาพแรกที่ได้เห็นชัดๆทำให้ครูสาวตกใจเล็กน้อย<br />
แขนซ้ายของคุณแม่เป็นแขนเทียม คุณแม่มาปรึกษาเรื่อง การเรียนของลูก<br />
เพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปี เมื่อต้นปีการศึกษาที่ผ่านมา<br />
“ลูกเขาไม่อยากให้มา เขาว่าเขาอายที่แม่ใส่แขนเทียม</p>
<p>กลัวโดนเพื่อนล้อแม่มาทีเพื่อนก็ล้อกันประจำว่าแม่แขนเดียว<br />
แม่เป็นหุ่นยนต์เหรอ อะไรนี่น่ะค่ะ เลยไม่ได้มา”</p>
<p>น้ำเสียงของคุณแม่แฝงแววเอ็นดูมากกว่าที่จะโกรธหรือไม่พอใจ<br />
มิสอุไรพรขออนุญาตซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณแม่ต้องใส่แขนเทียม</p>
<p>เมื่อได้ทราบความจริงทั้งหมดครูสาวก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องจัดการเรื่องที่ลูก<br />
ไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่นี้โดยเร็ว</p>
<p>หากปล่อยเรื่องนี้ไป&#8230;ก็จะเป็นบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปในภายหน้า<br />
ทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนด้วย<br />
ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก</p>
<p>มิสอุไรพรจึงได้โอกาสนำเรื่องนี้มาเล่าให้นักเรียนฟังในห้องเรียน<br />
เรื่องราวที่ว่านั้น มีดังต่อไปนี้</p>
<p>วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2536</p>
<p>หลังวันแม่เพียงไม่กี่วัน&#8230;ครอบครัวหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่จังหวัดสตูล<br />
ครอบครัวนี้ประกอบด้วยคุณพ่อ คุณแม่<br />
และลูกชายอีกสามคนพวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดินซึ่งเป็นคันดิน<br />
ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ</p>
<p>โดยคุณพ่อเดินนำหน้ากับลูกชายคนโตสองคนส่วนคุณแม่เดินตามหลัง<br />
มากับลูกชายคนเล็ก</p>
<p>ทางเดินที่เป็นคันดินนั้นมีการแบ่งเป็นท้องร่องเพื่อติดตั้งระหัดวิดน้ำ<br />
ซึ่งมีใบพัดทำจากเหล็กสูงจากคันดินราว 25ซม</p>
<p>คุณพ่อและลูกคนโตสองคนก็ข้ามท้องร่องแล้วเดินนำต่อไปข้างหน้า<br />
ไม่มีใครฉุกใจคิดระวังถึงเหตุร้าย<br />
แต่แล้วลูกชายคนเล็กกลับก้าวพลาดล้มลงไปในท้องร่อง<br />
ขากางเกงเข้าไปติดกับร่องของระหัดวิดน้ำที่กำลัง</p>
<p>หมุนอยู่และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบพัดเหล็ก</p>
<p>“ถ้าเป็นพวกคุณ น้องตกลงไปอย่างนี้คุณจะทำอย่างไร”<br />
มิสหยุดเรื่องไว้ก่อนเพื่อซักถาม มองหน้าเด็กนักเรียน<br />
ทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ หน้าซีด โดยเฉพาะ “ลูกชาย”<br />
ของคุณแม่ท่านนั้น</p>
<p>“ทุกคนตกตะลึงใช่มั้ย คิดไม่ทันใช่มั้ย<br />
แต่นักเรียนรู้มั้ยว่าคุณแม่ท่านตัดสินใจทำอย่างไร”<br />
คุณแม่ไม่ยอม เสียเวลาคิดอะไรเลย</p>
<p>ท่านรีบยึดดึงตัวลูกเอาไว้แล้วเอาแขนซ้ายที่ว่างอยู่เข้าไปขวางใบพัดเหล็กไว้ก่อน&#8230;</p>
<p>ใบพัดจึงหมุนเอาแขนของคุณแม่เข้าไป&#8230;คนงานที่เห็นเหตุการณ์รีบปิดเครื่องทันที</p>
<p>แต่แรงเฉื่อยทำให้ใบพัดยังหมุนต่อด้วยกำลังแรง&#8230;แรงจนกระชากแขนซ้ายของคุณแม่ขาดสะบั้นลง!</p>
<p>คุณแม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสสติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันที<br />
ท้องร่องทั่วบริเวณแดงฉานไปด้วยเลือด&#8230;เลือดของแม่&#8230;</p>
<p>ใบพัดเหล็กยังหมุนต่อไปอีกเล็กน้อยและบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคนเล็กจนกระดูกหัก&#8230;แต่ไม่ขาด</p>
<p>ไม่ขาด&#8230;เพราะแขนซ้ายของแม่ขาดแทน&#8230;ไม่ขาด&#8230;เพราะแม้จะไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ<br />
มือขวาของคุณแม่ก็ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น&#8230;ไม่ยอมปล่อย&#8230;</p>
<p>คุณพ่อและลูกคนโตทั้งสองคนหันกลับมามองตามเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของคนงานพร้อมๆกับเสียงกรีดร้อง<br />
ของคุณแม่ ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาช็อกจนแทบสิ้นสติ!<br />
คุณพ่อกระโจนพรวดเดียวถึงตัวคุณแม่และลูกน้อย แต่&#8230;มันสายเกินไปแล้ว!<br />
สิ่งเดียวที่ทำได้คือรีบพาสองแม่ลูกส่งโรงพยาบาลทันที</p>
<p>ผลของการรักษาคือคุณแม่ต้องใส่แขนเทียมแทนแขนซ้ายที่ขาดไป</p>
<p>ส่วนลูกคนเล็กที่ขาหักต้องอยู่โรงพยาบาลนานราวสามเดือนจึงสามารถเดินเหินได้เป็นปกติ<br />
มิสอุไรพรกวาดสายตามองไปรอบๆห้องถามขึ้นอีกว่า<br />
“นักเรียนคิดว่าคุณแม่ท่านนี้กล้าหาญมั้ยคะ”<br />
“กล้าหาญมาก” เด็กๆพากันตอบเป็นเสียงเดียวกันพลางพยักหน้า<br />
หลายๆคนยังหน้าซีดเซียวเมื่อนึกภาพเหตุการณ์ไปตามที่ครูเล่า<br />
มิสมองหน้า “ลูกชาย” ของคุณแม่แล้วบอกต่อว่า<br />
“นักเรียนทราบมั้ยว่าคุณแม่ท่านนี้เป็นคุณแม่ของเพื่อนเราในห้องนี้เอง<br />
ไหนใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนี้ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ”<br />
เด็กนักเรียนคนนั้นยืนขึ้น ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อนทั้งห้อง</p>
<p>“วันนี้เมื่อคุณกลับไปบ้านมิสฝากเรียนคุณแม่ด้วยว่าพวกเราชื่นชมและยกย่องท่านมากจริงมั้ยพวกเรา”<br />
“จริงครับๆ ใช่ครับๆ” เสียงเล็กๆตอบมาเป็นทางเดียวกัน<br />
“มิสได้ทราบมาว่ามีหลายๆคนไปล้อเลียนเพื่อน ไหน<br />
คนไหนบ้างคะที่เคยล้อคุณแม่เขา ถ้ามีเราเป็นลูกผู้ชายต้องกล้ารับค่ะ”<br />
มีนักเรียน 3-4 คนยืนขึ้น สีหน้าของ แต่ละคนซีดเซียวอย่างสำนึกผิด<br />
มิสอุไรพรมองหน้าของเด็กกลุ่มนี้อย่างอ่อนโยน ถามว่า<br />
“ดีมากนักเรียน ตอนนี้คุณคงอยากพูดอะไรกับเพื่อนใช่มั้ยคะ”<br />
เด็กชายกลุ่มนั้นเดินเข้าไปโอบกอดคอแล้ว กล่าวขอโทษเพื่อนด้วยความจริงใจ<br />
ครูสาวน้ำตาคลอ</p>
<p>ยืนมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มยินดีหนักใจอยู่เหมือนกันว่าหากถามขึ้นมาแล้ว<br />
ไม่มีใครยอมรับว่าเคยล้อเพื่อน&#8230;จะทำอย่างไร?</p>
<p>เธอไม่เคยผิดหวังในตัวนักเรียนอัสสัมชัญและจนถึงเวลานี้ก็ยังคงไม่ผิดหวัง<br />
ใครเล่า&#8230;จะเข้าใจความเจ็บช้ำ</p>
<p>ขมขื่นในหัวใจเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็กโดยไม่ทันคิด</p>
<p>หากบัดนี้&#8230;ความรักของแม่และน้ำใจของเพื่อนได้สลายปมด้อยในใจของเด็กคนนี้ลงจนสิ้นแล้ว<br />
เหลือเพียงความรักและภาคภูมิใจในตัวคุณแม่เท่านั้น</p>
<p>เมื่อหมดชั่วโมงเรียน มิสอุไรพรได้เรียกตัว “ลูกชาย”เข้าไปคุยอีกครั้ง<br />
“วันนี้เรามีอะไรในใจที่คิดว่าควรพูดกับคุณแม่มั้ยคะ”<br />
เด็กคนนั้นนิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงสั่นปนสะอื้นไห้ว่า<br />
“ผม&#8230;ผมจะไปขอโทษคุณแม่<br />
แล้ว&#8230;แล้วบอกคุณแม่ว่าผมรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลยครับ”</p>
<p>รู้มั้ยน้ำนมหยดหนึ่งซึ่งไหลมาต้องใช้น้ำตาหยาดเหงื่อสักเท่าไหร่<br />
บอกแม่เถอะนะ บอกทุกวัน ว่ารักท่านมากมาย<br />
กอดแม่เถอะนะ ให้คุ้นเคย กอดเลยไม่ต้องอาย<br />
ก่อนไม่มีแม่ให้กอด&#8230; (เพลง ก่อนไม่มีแม่ให้กอด)<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on รู้จักมั๊ย&#8230;ความคิดถึง by มนุษย์โลก</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/81#comment-16</link>
		<dc:creator>มนุษย์โลก</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Jun 2008 13:39:41 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/archives/81#comment-16</guid>
		<description>มีชายหนุ่มไฟแรง ที่มุมานะทำงานอย่างมุ่งมั่น 
เขามีความฝันจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับแฟนสาว 
เธอจะมารอ..ที่หน้าประตูบ้าน..ของเขา หลังจากที่เขาเลิกงาน 
เขาพบเธอ..ก็ยิ้มแย้ม ..ยินดีต้อนรับ.. สนทนากัน..แล้วเธอก็กลับไป 
วันนี้เขากลับถึงบ้าน ช้ากว่าปกติมาก 
แต่แปลกที่ยังเห็นเธอยืนรอที่หน้าบ้านเขา.. เช่นทุกวัน 

"โทษทีนะที่รัก วันนี้มีงานด่วน เลยกลับมาช้าไปหน่อย" 
เธอยังยิ้มให้เขา "คุณทำงานจนมีรถ มีบ้านอย่างที่ตั้งใจแล้ว 
ทำไมยังทำงานหนักอีกล่ะ?" 
"ผมอยากมีบ้านที่มีบริเวณมากกว่านี้ มีรถที่ดูโอ่อ่ามากกว่านี้...เพื่อคุณนะจ๊ะ" 

เวลาผ่านไป 1 ปี 
หญิงสาวมาหาเขาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องอย่างนี้ 
วันหนึ่งเธอเอ่ยถามเขา 

"คุณมีเงินมากพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่รึยัง?" 
"ขอเวลาอีกสักหน่อย ผมอยากซื้อแหวนวงใหม่ มาเปลี่ยนให้คุณด้วย" 
เขาจุมพิตมือที่สวมแหวนทองวงเล็กเบาๆ 
"ฉันบอกหรือว่า ฉันอยากได้แหวนวงใหม่?" 
"ผมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ...ที่รัก" 

3 เดือนแล้ว..ที่เขาไม่เห็นเธอที่หน้าประตูบ้าน วันนี้เขามีบ้านหลังใหญ่ 
เขาจึงตัดสินใจลางาน 1 วัน เพื่อไปหาเธอ เขาขับรถคันหรู ผ่านเส้นทางที่ขรุขระ 
อย่างยากลำบาก 'เธอต้องใช้ทางเส้นนี้มาหาเราทุกวันเหรอเนี่ย?' เขารำพึง 

เมื่อมาถึง แม่ของเธอออกมาต้อนรับและมอบกล่องไม้ใบหนึ่งให้เขา 
และบอกเส้นทางที่เป็นสถานที่ ที่เธออยู่ ที่ซึ่งเขาจะพบเธอได้ 

เนินเขาเล็ก ๆ รายล้อมไปด้วยดอกไม้ มีแท่นหินสลักชื่อหญิงสาวตั้งอยู่กลางเนิน 
น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินออกมา มือสั่นเทาของเขาเปิดกล่องไม้อย่างช้า ๆ 
ข้างในกล่องอัดแน่นไปด้วยกระดาษแผ่นเล็ก ๆ 
เขาเริ่มอ่านข้อความ..ทีละใบ...ทีละใบ.... 

"วันนี้ ..คุณกลับมาช้า ..ฉันรอ 2 ชั่วโมง ..ไม่เป็นไร ..ฉันรักคุณ" 

"วันนี้ฝนตก ..ฉันยังรอ ..แต่ไม่เจอคุณ.. ไม่เป็นไร ..แต่ฉันยังรักคุณ" 

"ฉันเริ่มป่วย..จนไปหาคุณไม่ได้..คุณคงไม่ทันได้สังเกต..ไม่เป็นไร.. แต่ฉันยังรักคุณ" 

"วันนี้ ..คุณบอกจะเปลี่ยนแหวนวงใหม่.. 
คุณคงลืมว่า..ฉันตอบตกลง..จะแต่งงานกับคุณ ..เพราะแหวนวงนี้ 
แต่ไม่เป็นไร..ฉันยังรักคุณ" 

ชายหนุ่มได้เรียนรู้แล้วว่า บางทีสิ่งที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต 
อาจเทียบไม่ได้กับสิ่งเล็กน้อย ที่เขาเคยได้รับ จนเป็นเรื่องปกติของทุกวัน 
รถคันหรูแล่นไกลออกไป เหลือไว้เพียงกล่องแหวนเพชร ราคาแพง หน้าหลุมศพ 
ที่ดูไม่เหลือค่าอะไร ..สำหรับเขา..อีกต่อไป 

"ผมมีบ้านหลังใหญ่..แต่คงกว้างไป สำหรับการที่จะต้องอยู่คนเดียว 
ผมมีรถราคาแพง แต่ไม่รู้จะขับไปรับใคร ให้มานั่งเคียงคู่ ..เพื่อไปที่ไหน ๆด้วยกัน 
ผมมีเวลาอยู่กับงานครึ่งชีวิต แต่ไม่เคยมีเวลา ที่จะได้อยู่กับคนที่..ผมรัก 
ตอนนี้ผมมีเงินมากมาย แต่ไม่อาจซื้อเวลาเพียง 1 นาที ที่จะบอกว่า 'รักเธอ'.. 

ผมมีทุกอย่างเพียบพร้อมตามที่ผมฝัน แต่ขาดส่วนที่สำคัญที่สุด .. 
ที่อยากให้ย้อนกลับมา..จะได้ไหม?"</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->มีชายหนุ่มไฟแรง ที่มุมานะทำงานอย่างมุ่งมั่น<br />
เขามีความฝันจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับแฟนสาว<br />
เธอจะมารอ..ที่หน้าประตูบ้าน..ของเขา หลังจากที่เขาเลิกงาน<br />
เขาพบเธอ..ก็ยิ้มแย้ม ..ยินดีต้อนรับ.. สนทนากัน..แล้วเธอก็กลับไป<br />
วันนี้เขากลับถึงบ้าน ช้ากว่าปกติมาก<br />
แต่แปลกที่ยังเห็นเธอยืนรอที่หน้าบ้านเขา.. เช่นทุกวัน </p>
<p>&#8220;โทษทีนะที่รัก วันนี้มีงานด่วน เลยกลับมาช้าไปหน่อย&#8221;<br />
เธอยังยิ้มให้เขา &#8220;คุณทำงานจนมีรถ มีบ้านอย่างที่ตั้งใจแล้ว<br />
ทำไมยังทำงานหนักอีกล่ะ?&#8221;<br />
&#8220;ผมอยากมีบ้านที่มีบริเวณมากกว่านี้ มีรถที่ดูโอ่อ่ามากกว่านี้&#8230;เพื่อคุณนะจ๊ะ&#8221; </p>
<p>เวลาผ่านไป 1 ปี<br />
หญิงสาวมาหาเขาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องอย่างนี้<br />
วันหนึ่งเธอเอ่ยถามเขา </p>
<p>&#8220;คุณมีเงินมากพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่รึยัง?&#8221;<br />
&#8220;ขอเวลาอีกสักหน่อย ผมอยากซื้อแหวนวงใหม่ มาเปลี่ยนให้คุณด้วย&#8221;<br />
เขาจุมพิตมือที่สวมแหวนทองวงเล็กเบาๆ<br />
&#8220;ฉันบอกหรือว่า ฉันอยากได้แหวนวงใหม่?&#8221;<br />
&#8220;ผมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ&#8230;ที่รัก&#8221; </p>
<p>3 เดือนแล้ว..ที่เขาไม่เห็นเธอที่หน้าประตูบ้าน วันนี้เขามีบ้านหลังใหญ่<br />
เขาจึงตัดสินใจลางาน 1 วัน เพื่อไปหาเธอ เขาขับรถคันหรู ผ่านเส้นทางที่ขรุขระ<br />
อย่างยากลำบาก &#8216;เธอต้องใช้ทางเส้นนี้มาหาเราทุกวันเหรอเนี่ย?&#8217; เขารำพึง </p>
<p>เมื่อมาถึง แม่ของเธอออกมาต้อนรับและมอบกล่องไม้ใบหนึ่งให้เขา<br />
และบอกเส้นทางที่เป็นสถานที่ ที่เธออยู่ ที่ซึ่งเขาจะพบเธอได้ </p>
<p>เนินเขาเล็ก ๆ รายล้อมไปด้วยดอกไม้ มีแท่นหินสลักชื่อหญิงสาวตั้งอยู่กลางเนิน<br />
น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินออกมา มือสั่นเทาของเขาเปิดกล่องไม้อย่างช้า ๆ<br />
ข้างในกล่องอัดแน่นไปด้วยกระดาษแผ่นเล็ก ๆ<br />
เขาเริ่มอ่านข้อความ..ทีละใบ&#8230;ทีละใบ&#8230;. </p>
<p>&#8220;วันนี้ ..คุณกลับมาช้า ..ฉันรอ 2 ชั่วโมง ..ไม่เป็นไร ..ฉันรักคุณ&#8221; </p>
<p>&#8220;วันนี้ฝนตก ..ฉันยังรอ ..แต่ไม่เจอคุณ.. ไม่เป็นไร ..แต่ฉันยังรักคุณ&#8221; </p>
<p>&#8220;ฉันเริ่มป่วย..จนไปหาคุณไม่ได้..คุณคงไม่ทันได้สังเกต..ไม่เป็นไร.. แต่ฉันยังรักคุณ&#8221; </p>
<p>&#8220;วันนี้ ..คุณบอกจะเปลี่ยนแหวนวงใหม่..<br />
คุณคงลืมว่า..ฉันตอบตกลง..จะแต่งงานกับคุณ ..เพราะแหวนวงนี้<br />
แต่ไม่เป็นไร..ฉันยังรักคุณ&#8221; </p>
<p>ชายหนุ่มได้เรียนรู้แล้วว่า บางทีสิ่งที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต<br />
อาจเทียบไม่ได้กับสิ่งเล็กน้อย ที่เขาเคยได้รับ จนเป็นเรื่องปกติของทุกวัน<br />
รถคันหรูแล่นไกลออกไป เหลือไว้เพียงกล่องแหวนเพชร ราคาแพง หน้าหลุมศพ<br />
ที่ดูไม่เหลือค่าอะไร ..สำหรับเขา..อีกต่อไป </p>
<p>&#8220;ผมมีบ้านหลังใหญ่..แต่คงกว้างไป สำหรับการที่จะต้องอยู่คนเดียว<br />
ผมมีรถราคาแพง แต่ไม่รู้จะขับไปรับใคร ให้มานั่งเคียงคู่ ..เพื่อไปที่ไหน ๆด้วยกัน<br />
ผมมีเวลาอยู่กับงานครึ่งชีวิต แต่ไม่เคยมีเวลา ที่จะได้อยู่กับคนที่..ผมรัก<br />
ตอนนี้ผมมีเงินมากมาย แต่ไม่อาจซื้อเวลาเพียง 1 นาที ที่จะบอกว่า &#8216;รักเธอ&#8217;.. </p>
<p>ผมมีทุกอย่างเพียบพร้อมตามที่ผมฝัน แต่ขาดส่วนที่สำคัญที่สุด ..<br />
ที่อยากให้ย้อนกลับมา..จะได้ไหม?&#8221;<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on รู้จักมั๊ย&#8230;ความคิดถึง by มนุษย์โลก</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/81#comment-15</link>
		<dc:creator>มนุษย์โลก</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Jun 2008 13:34:53 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/archives/81#comment-15</guid>
		<description>อันนี้เป็นบทความซึ้งๆ เกี่ยวกับ "พ่อ" ค่ะ  (เศร้ามากมาย)เอามาฝากให้ได้อ่านกัน

. . หลังวาเลนไทน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป 

“กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอกรัก" 

สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผม 

เพื่อให้คนคนหนึ่งใน ทุก ๆ ปีของวันนี้ 
. . . ก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 
ผมเดินออกจากบ้าน 

ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม 

เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา 
ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม 

ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ 
หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานานทีเดียว 

ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ 

โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น 
แต่แล้ว!! 

ผมก็เห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด 

"พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วยความโมโห 
พ่อหน้าซีดทันที 

"เหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด" 

"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน" 
พ่อเงียบ . . . ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา 

ความโหโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ 
พ่อเบือนหน้า 

"พ่อขอโทษ มานี่ . . . " พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า 

"พ่อจะเอาไปซักให้เอง" 
ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร 

ไม่ยอมลงจากบ้าน 

เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้าใคร 

หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม 
ยามเมื่อผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา 

ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป 
. . . 14 กุมภาพันธ์ 
ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ 

ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า 

ผมยอมออกมาจากห้อง 
ผมไม่เห็นพ่อ 
เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน 

ข้างๆ มีกองเลือดอยู่ และที่ราวตากผ้ามี ผ้าเช็ดหน้าของผม 

ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่ 
"พ่อ ผมอยากขอโทษครับ" 

พอผมหันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล 

แม่วิ่งมากอดผม "พ่อเสียแล้วนะ" 

ผมอึ้ง!! 
แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า 

พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ 

รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจามออกมา พ่อมองไม่เห็น 

"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย " 

"ทำไมล่ะครับ" 

"พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน" 
ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง! 

"พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก 

ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน 

พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาดโอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว 

พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก 

แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำดีที่สุดแล้ว" 
ผมกอดแม่ ร้องไห้ 

วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป 
"พ่อครับ ผมขอโทษ . . . "</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->อันนี้เป็นบทความซึ้งๆ เกี่ยวกับ &#8220;พ่อ&#8221; ค่ะ  (เศร้ามากมาย)เอามาฝากให้ได้อ่านกัน</p>
<p>. . หลังวาเลนไทน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ </p>
<p>ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป </p>
<p>“กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอกรัก&#8221; </p>
<p>สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผม </p>
<p>เพื่อให้คนคนหนึ่งใน ทุก ๆ ปีของวันนี้<br />
. . . ก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์<br />
ผมเดินออกจากบ้าน </p>
<p>ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม </p>
<p>เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา<br />
ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม </p>
<p>ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ<br />
หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานานทีเดียว </p>
<p>ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ </p>
<p>โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น<br />
แต่แล้ว!! </p>
<p>ผมก็เห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด </p>
<p>&#8220;พ่อ ทำอะไรหนะ&#8221; ผมโพล่งถามด้วยความโมโห<br />
พ่อหน้าซีดทันที </p>
<p>&#8220;เหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด&#8221; </p>
<p>&#8220;พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน&#8221;<br />
พ่อเงียบ . . . ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา </p>
<p>ความโหโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ<br />
พ่อเบือนหน้า </p>
<p>&#8220;พ่อขอโทษ มานี่ . . . &#8221; พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า </p>
<p>&#8220;พ่อจะเอาไปซักให้เอง&#8221;<br />
ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร </p>
<p>ไม่ยอมลงจากบ้าน </p>
<p>เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้าใคร </p>
<p>หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม<br />
ยามเมื่อผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา </p>
<p>ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป<br />
. . . 14 กุมภาพันธ์<br />
ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ </p>
<p>ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า </p>
<p>ผมยอมออกมาจากห้อง<br />
ผมไม่เห็นพ่อ<br />
เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน </p>
<p>ข้างๆ มีกองเลือดอยู่ และที่ราวตากผ้ามี ผ้าเช็ดหน้าของผม </p>
<p>ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่<br />
&#8220;พ่อ ผมอยากขอโทษครับ&#8221; </p>
<p>พอผมหันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล </p>
<p>แม่วิ่งมากอดผม &#8220;พ่อเสียแล้วนะ&#8221; </p>
<p>ผมอึ้ง!!<br />
แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า </p>
<p>พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ </p>
<p>รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจามออกมา พ่อมองไม่เห็น </p>
<p>&#8220;พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย &#8221; </p>
<p>&#8220;ทำไมล่ะครับ&#8221; </p>
<p>&#8220;พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน&#8221;<br />
ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง! </p>
<p>&#8220;พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก </p>
<p>ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน </p>
<p>พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาดโอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว </p>
<p>พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก </p>
<p>แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำดีที่สุดแล้ว&#8221;<br />
ผมกอดแม่ ร้องไห้ </p>
<p>วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป<br />
&#8220;พ่อครับ ผมขอโทษ . . . &#8220;<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on ผู้ชายเลว by เด็กอาชีวะ</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/13#comment-14</link>
		<dc:creator>เด็กอาชีวะ</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Jun 2008 04:12:47 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/archives/13#comment-14</guid>
		<description>ตอนนั้เราก็กำลังรู้สึกว่าเรากำลังไร้ค่าเหมือนกัน เวลาอยู่ด้วยกันก็ไม่ค่อยมี
และเขาก็ไม่โทรมาหาเราด้วย อีกไม่นานก็คงจากกัน</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->ตอนนั้เราก็กำลังรู้สึกว่าเรากำลังไร้ค่าเหมือนกัน เวลาอยู่ด้วยกันก็ไม่ค่อยมี<br />
และเขาก็ไม่โทรมาหาเราด้วย อีกไม่นานก็คงจากกัน<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on ผู้ชายเลว by .........................</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/13#comment-13</link>
		<dc:creator>.........................</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Jun 2008 05:15:40 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/archives/13#comment-13</guid>
		<description>ความเข้มเเข็ง

เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้ชาย

ทำให้ผู้หญิงรู้สึกอุ่นใจ

ว่าเค้าคนนั้น

จะเป็นคนที่ปกป้องเราได้

แต่ผู้ชายหลายคน

มักจะเข้มเเข็ง

จนกลายเป็นความเย็นชา

จงอย่าปล่อยให้ความเข้มแข็งกลายเป็นความเย็นชา

เพราะเมื่อนั้น

ผู้หญิงจะรู้สึกว่าผู้ชายไม่ได้ต้องการเธอ

เพราะเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิงทุกคนคือความนุ่มนวล

จะมากหรือน้อยก็มีทุกคน

ถามตัวเองดู

ว่าตอนนี้

คุณเป็นคนเข้มเเข็งจนกลายเป็นคนเย็นชาไปแล้วหรือยัง?

ถ้ารู้ตัวว่ากำลังเป็นแบบนั้น

ก็จงรีบปรับเปลี่ยนนิสัยซะ

แล้วดูแลคนที่คุณรักให้ดีๆ

เพราะว่าถ้าหากวันไหนคุณต้องเสียเธอไปแล้ว

การมาพร่ำเพ้อถึงความผิดพลาดในอดีต

ก็เป็นแค่การกระทำที่ปล่าวประโยชน์และไร้สาระ

ก็เพียงเท่านั้นเอง...</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->ความเข้มเเข็ง</p>
<p>เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้ชาย</p>
<p>ทำให้ผู้หญิงรู้สึกอุ่นใจ</p>
<p>ว่าเค้าคนนั้น</p>
<p>จะเป็นคนที่ปกป้องเราได้</p>
<p>แต่ผู้ชายหลายคน</p>
<p>มักจะเข้มเเข็ง</p>
<p>จนกลายเป็นความเย็นชา</p>
<p>จงอย่าปล่อยให้ความเข้มแข็งกลายเป็นความเย็นชา</p>
<p>เพราะเมื่อนั้น</p>
<p>ผู้หญิงจะรู้สึกว่าผู้ชายไม่ได้ต้องการเธอ</p>
<p>เพราะเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิงทุกคนคือความนุ่มนวล</p>
<p>จะมากหรือน้อยก็มีทุกคน</p>
<p>ถามตัวเองดู</p>
<p>ว่าตอนนี้</p>
<p>คุณเป็นคนเข้มเเข็งจนกลายเป็นคนเย็นชาไปแล้วหรือยัง?</p>
<p>ถ้ารู้ตัวว่ากำลังเป็นแบบนั้น</p>
<p>ก็จงรีบปรับเปลี่ยนนิสัยซะ</p>
<p>แล้วดูแลคนที่คุณรักให้ดีๆ</p>
<p>เพราะว่าถ้าหากวันไหนคุณต้องเสียเธอไปแล้ว</p>
<p>การมาพร่ำเพ้อถึงความผิดพลาดในอดีต</p>
<p>ก็เป็นแค่การกระทำที่ปล่าวประโยชน์และไร้สาระ</p>
<p>ก็เพียงเท่านั้นเอง&#8230;<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on ขอบคุณกาลเวลาและสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตผม by Hahjung</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/11#comment-12</link>
		<dc:creator>Hahjung</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Jun 2008 16:04:45 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/?p=11#comment-12</guid>
		<description>เยี่ยม...คนเราเกิดมาก้อรู้ๆๆกันอยู่น่ะว่าไม่มีครัยเป็นเทวดาหรือเลิศรูมาจากไหน แต่คนเราก้อสามารถที่จะเลือกคิดและเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุด..
^*^</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->เยี่ยม&#8230;คนเราเกิดมาก้อรู้ๆๆกันอยู่น่ะว่าไม่มีครัยเป็นเทวดาหรือเลิศรูมาจากไหน แต่คนเราก้อสามารถที่จะเลือกคิดและเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุด..<br />
^*^<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>Comment on ขอบคุณกาลเวลาและสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตผม by Hahjung</title>
		<link>http://www.storycharn.com/archives/11#comment-11</link>
		<dc:creator>Hahjung</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Jun 2008 16:01:29 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.storycharn.com/?p=11#comment-11</guid>
		<description>อ่านดูแล้วก้อ...เยี่ยมน่ะ....คนเราเกิดมาไม่มีครัยดีหรอกแต่เค้าว่าอยู่ที่คนมากกว่าว่าจะเลือกมอง ในมุมไหนและเลือกที่จะทำในแง่ไหน</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p><!-- google_ad_section_start -->อ่านดูแล้วก้อ&#8230;เยี่ยมน่ะ&#8230;.คนเราเกิดมาไม่มีครัยดีหรอกแต่เค้าว่าอยู่ที่คนมากกว่าว่าจะเลือกมอง ในมุมไหนและเลือกที่จะทำในแง่ไหน<!-- google_ad_section_end --></p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
